ผู้เขียน หัวข้อ: เปิดไปอ่านความสุข  (อ่าน 3280 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Oๅยุจัง あゆちゃん

  • ผู้ควบคุมวง
  • นักร้องประจำวง
  • กระทู้: 136
  • กำลังใจ : 327
เปิดไปอ่านความสุข
« เมื่อ: 17 พฤษภาคม 2009, 05:31:42 »
คำนำ - ก่อนจะอ่านความสุข


การสร้างความสุขให้สุดที่รักชีวิตของคนเรา ก็เหมือนบันไดทีละขั้น

       เดิมทีแต่ละคนก็มาสู่โลกแบบบตัวเปล่า ไม่มีเสื้อผ้าติดตัวมาสักชิ้น ทุกอย่างที่เรามีขณะนี้ เราล้วนมาแสวงหาในภายหลังทั้งสิ้น ตั้งแต่หาเงิน หารถ หาบ้าน หาคู่ สร้างครอบครัว มีลูกเต็มบ้าน มีหลานเต็มเมือง แล้วก็ตายจากโลกไป ทิ้งสิ่งทั้งหมดก็หามาไว้เบื้องหลังอย่างมิอาจรับรู้ความเป็นไปต่างๆ นาๆ ได้ความสุขที่เราหามาทั้งหมดนี้ จึงเป็นได้เพียงความสุขชั่วคราวสำหรับเรา

      แต่ยังมีความสุขอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นความสุขภายใน เกิดขึ้นมาได้ด้วยการสั่งสมคุณธรรมเรื่อยไปเหมืิอนไต่บันได ๓๘ ขั้น ไต่ไปได้ขั้นหนึ่ง ก็ให้ความสุขเพิ่มขึ้นอีกขั้นหนึ่ง ไต่ไปสองขั้น ให้ความสุขเพิ่มขึ้นอีกสองขั้นไต่ไปมากเท่าใดก็ให้ความสุขที่แท้จริงต่อชีวิตมากเท่านั้น เป็นความสุขเย็นๆ จนกระทั่งให้ความสุุขอันไพบูลย์เป็นที่สุด และยังมีผลานิสงค์นำมาซึ่งความสุขภายนอกอื่นๆ อีกนานัปการที่ตามมาภายหลัง

      สุขภายในที่เปรียบเหมือนบันได ๓๘ ขั้นนี้ จะเกิดขึ้นมาได้อย่างไร และสุขชนิดนี้จะสร้างความสุขใหสุดที่รักชีวิตของเราและครอบครัวได้ขนาดไหน ขอเชิญทุกท่านค้นหาข้อคิดเหล่านั้นได้จาก "เปิดไปสู่ความสุข" ณ บัดนี้

ที่มา หนังสือเปิดไปอ่านความสุข ของชมรมนักคิดนักเขียนเพื่อสันติภาพโลก


<a href="http://www.madoosi.com/up_images/201008/507810de9da91813c307ba8ca348d7a0.SWF" target="_blank" class="new_win ext" rel="no-follow">http://www.madoosi.com/up_images/201008/507810de9da91813c307ba8ca348d7a0.SWF</a>

ออฟไลน์ Oๅยุจัง あゆちゃん

  • ผู้ควบคุมวง
  • นักร้องประจำวง
  • กระทู้: 136
  • กำลังใจ : 327
Re: เปิดไปอ่านความสุข
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 17 พฤษภาคม 2009, 05:33:11 »
บันไดขั้นที่ ๑  ไม่คบคนพาล

คนเราทุกคนอยากจะดีและเด่น แต่เป็นไม่ได้ทุกคน สาเหตุใหญ่ที่เป็นไม่ได้เพราะวินิจฉัยเสีย แยกไม่ออกว่า อะไรคือ ถูก-ผิด ชั่ว-ดี บุญ-บาป ควร-ไม่ควร เช่น ดื่มเหล้า-เล่นการพนัน-เจ้าชู้โกหก เป็นของชั่วกลับว่าดี เลยไม่ได้ดี


วินิจฉัยผิด-ถูกของคนเราได้มาจาก

๑. คนใกล้ชิดอบรมถ่ายทอดมาให้

๒. จากการตรองของตนเอง

 
   แต่ถ้าข้อมูลจากมิตรผิด การไตร่ตรองก็จะผิด เลยคิดผิด พูดผิด ทำผิด รวมกันเป็น "ชั่ว"   พระท่านเรียกว่า "พาล"  แล้วพาลก็ถ่ายทอดวินิจฉัยผิด หรือความเป็นพาลต่อๆไป ทำให้พาลทั้งบ้านทั้งเมือง

   หน้าที่ของเราคือ  ต้องดูคนพาลให้ออก อย่าคบคนพาล อย่าพาคนพาลเข้ามาในบ้าน และแก้ไขความพาลในตัวเราให้หมดไป

ออฟไลน์ Oๅยุจัง あゆちゃん

  • ผู้ควบคุมวง
  • นักร้องประจำวง
  • กระทู้: 136
  • กำลังใจ : 327
Re: เปิดไปอ่านความสุข
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 17 พฤษภาคม 2009, 05:34:26 »
บันไดขั้นที่ ๒  คบบัณฑิต

คนทั่วไปมักเข้าใจว่า ผู้เรียนหนังสือจบปริญญานั้นคือบัณฑิต

     ความจริงมันเป็นเพียงบัณฑิตทางโลกเท่านั้น ยังไม่ใช่บัณฑิตที่แท้จริง

เพราะผู้ที่ได้รับปริญญาแล้ว ถ้าความประพฤติไม่ดี อาจไปติดคุกติดตะรางได้

แต่บัณฑิตที่แท้จริงย่อมเป็นผู้ชอบประกอบแต่ความดี ความถูกต้อง ความสุจริต

สามารถป้องกันตนให้พ้นคุกตะราง หรือแม้กระทั่งนรกได้

     บัณฑิตที่แท้จริงจึงต้องเป็นคนที่มีวินิจฉัยถูกต้องรู้ว่าอะไรถูก-ผิด  ดี-ชั่ว

บุญ-บาป ควร-ไม่ควรทำ ทำให้ผู้อื่นมีความเห็นถูก  ยึดถือค่านิยมที่ถูกต้อง


สามารถดำเนินชีวิตอยู่ด้วยปัญญา


       สาเหตุที่ทำให้เป็นบัณฑิต เพราะใจมีสมาธิตั้งมั้น ใจผ่องใส ใจปลอดโปร่ง

เหมาะสุดที่รักการนำไปคิดให้สุดที่รักความสุข ไม่มีความคับแค้นไม่เดือดร้อน ไม่ทุกข์ ไม่

ทุรนทุราย ในที่สุด ก็ส่งผลให้คิดพูดทำแต่สิ่งที่ดีๆ


        บัณฑิตที่แท้จริง อาจเป็นใครก็ได้ อาจจะอ่านหนังสือไม่ออก เขียน

หนังสือไม่ได้ หรืออาจเป็นญาติของเรา ฯลฯ ก็ย่อมได้ทั้งนั้น ขอเพียงท่านผู้นั้น

เป็นผู้ที่พูดดี  คิดดี  และทำดี

       คิดดี คือ คิดให้ทาน คิดให้อภัยอยู่เสมอ ไม่คิดผูกพยาบาทคิดเห็นถูกต้อง

ตามความเป็นจริง เช่นว่า บุญบาปมีจริง พ่อแม่มีพระคุณจริง

       พูดดีคือ พูดคำจริง พูดคำสมานไมตรี พูดคำมีประโยขน์ พูดด้วยจิตที่

ประกอบด้วยเมตตา  และพูดถูกต้องตามกาละเทศะ

             ทำดี คือ มีเมตตากรุณา ประกอบด้วยสัมมาอาชีวะ ทำบุญให้ทาน

รักษาศีล  ทำสมาธิภาวนาสม่ำเสมอ


             เพราะฉะนั้นบํณฑิตที่แท้จริงนั้น มิใช่เพียงผู้มีปริญญา แต่คือผู้อุดม

ด้วยศีล สมาธิปัญญา  สามารถดำเนินชีวิตที่ดีงาม และสร้างวินิจฉัยรู้ผิดชอบชั่ว

ดีให้สุดที่รักทุกคนที่อยู่ใกล้หรือใครพบเห็นได้
       
   
     













     

ออฟไลน์ Oๅยุจัง あゆちゃん

  • ผู้ควบคุมวง
  • นักร้องประจำวง
  • กระทู้: 136
  • กำลังใจ : 327
Re: เปิดไปอ่านความสุข
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 17 พฤษภาคม 2009, 05:35:17 »
บันไดขั้นที่ ๓ บูชาบุคคลที่ควรบูชา


       งานที่ยากที่สุดในโลก คืองานปลูกความคิดเห็นถูก เพราะฉะนั้น ใครสอนความเห็นถูกได้ จงกราบไหว้บูชาจนกว่าจะตายจากกัน


   เราไม่คบคนพาล เพื่อป้องกันความเห็นผิด  เราคบบัณฑิต เพื่อปลูกความเห็นถูก ให้เกิดขึ้น และเราประคองความเห็นถุก ไม่ให้อับเฉาลงด้วยการบูชาบุคคลที่ควรบูชา

    บุคคลที่ควรบูชา คือ บุคคลที่มีคุณค่าควรค่าสุดที่รักการระลึกนึกถึงได้ ยึดเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตาม และสอนให้เข้าใจในเรื่องเหล่านี้ได้ ได้สุดที่รัก ทานดีจริง ควรทำ,บูชาบุคคลที่มีคุณธรรมควรทำ,การต้อนรับคนดี ควรทำ,ทำดีไดี ทำชั่วได้ชั่ว,พ่อแม่มีพระคุณจริง,ตายแล้วไม่สูญ,นรกสวรรค์มีจริง,พระอรหันต์ผู้หมดกิเลสแล้วมีจริง เพราะนี่คือ ความจริงของโลกและชีวิตที่รู้ได้ยากกว่าการทำมาหากิน

     บุคคลที่ทำเช่นนี้ได้ ย่อมเป็นผู้มีศีล สมาธิ ปัญญาสูงกว่าเรา ได้สุดที่รัก พระสัมมาสัมพุทธเจ้า,พระสงฆ์ผู้ทรงศีล,พระมหากษัตริย์ผู้ตั้งในทศพิธราชธรรม,บิดามารดาหรือญาติผู้ใหญ่ที่มีความประพฤติดี,ครูบาอาจารย์ที่มีความรู้ความสามารถและความประพฤติดี ผู้บังคับบัญชาที่มีความประพฤติดีตั้งอยู่ในธรรม


      ผลของการบูชาบุคคลที่ควรบูชาทำให้เกิดฤทธิ์ได้ เพราะการบูชาผู้สูงด้วยคุณธรรมเหล่านี้ ย่อมทำให้เรานึกคิดไปทางที่ดี ไม่ตกอยู่ในความคิดที่ชั่ว เป็นผลให้ใจผ่องใสตลอดเวลา
     

      เกิดกำลังใจที่จะทำความดีตามท่าน(ฉันทะ)
     
      เกิดวิริยะ  ที่จะทุุ่มเทเรี่ยวแรงโดยไม่กลัวความเหนื่อยยาก

      เกิดจิตตะ  ความีใจจดจ่อ ไม่ท้อถอยทอดธุระ ทิ้งไปกลางคัน

      เกิดวิมังสา สามารถพัฒนาปรับปรุงแก้ไขตัวเองให้ดีขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า


     

ออฟไลน์ Oๅยุจัง あゆちゃん

  • ผู้ควบคุมวง
  • นักร้องประจำวง
  • กระทู้: 136
  • กำลังใจ : 327
Re: เปิดไปอ่านความสุข
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 17 พฤษภาคม 2009, 05:35:56 »
 
บันไดขั้นที่ 4 อยู่ในถิ่นที่เหมาะสม

 ต้นโพธ์ต้นไทร ถ้าปลูกในดินที่ดี ย่อมสามารถโตได้เป็นโอบๆ สูงได้ ๑๐-๒๐ วา แต่ถ้านำไปปลูกในกระถาง จะโตได้แค่เป็นบอนไซ กลายเป็ฯไม้แคระไป แม้จะปลูกเป็นร้อยปี ก็สูงได้แค่คืบ

   คนเราก็เช่นกัน แม้จะมีความรู้ดี ความสามารถดี ีปัญญามาก แต่าถ้าไปอยู่ในทำเลทุรกันดาร ไม่มีใครสนับสนุน ถึงจะเก่งแค่ไหน ก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน

   พระพุทธศาสนาสอนให้เรารู้มานานแล้วว่า  สิ่งแวดล้อมมีผลต่อความก้าวหน้าของคนเรา และสิ่งแวดล้อมสุดที่รักการพัฒนาจิตใจ ไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อสุขภาพกายสนับสนุนให้เกิดความก้าวหน้าในการประกอบอาชีพ ให้เจริญก้าวหน้าโดยง่าย และเหมาะต่อการสั่งสมคุณงามความดี ที่พระพุทธองค์เรียกว่าปฏิรูปเทส


ลักษณะของปฏิรูปเทส  คือ

   ๑.  อาวาสเป็นที่สบาย หมายถึง  เป็นที่มีสภาพภูมิศาสตร์ที่ดีี เช่น ถ้าเป็นบ้าน ก็ต้องให้มีต้นไม้ร่มรื่น น้ำไฟสะดวก  ถ้าเป็นโรงเรียน ต้องมีสุขลักษณะดี   มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่มีเสียงอึกทึก มีบริเวณกว้างขวาง มีสนามกีฬาถ้าเป็นร้านค้า ก็ต้องเป็นบริเวณที่อยู่ย่านชุมชน ถ้าเป็นจังหวัดหรือภาคก็ต้องเป็นที่สภาพภูมิศาสตร์ดี เช่้น ไม่หนาวเกินไป ไม่ร้อนเกินไป

   ๒. อาหารเป็นที่สบาย หมายถึง เป็นบริเวณที่จัดอาหารได้สะดวก เช่น  อยู่ใกล้ตลาดหรือบริเวณทีมีเกษตรกรรมสามารถ ผลิตอาหารได้เองอย่างพอเพียง
 
   ๓.  บุคคลเป็นที่สบาย หมายถึง บริเวณที่อยู่นั้น ต้องไม่มีนักเลง อันธพาล โจรผู้ร้ายชุกชุม คนส่วนใหญ่ในละแวกนั้นเป็นคนดี มีศีลธรรม มีวินัย ใฝ่ความก้าวหน้า
   
    ๔. ธรรมเป็นที่สบาย หมายถึง ความดีงาม ความเหมาะสมใน ๒ ลักษณะคือ

        -ในทางโลก หมายถึงในถิ่นนั้นมีโรงเรียน สถานศึกษาสำหรับให้ความรู้ได้อย่างดี ตลอดจนมีหลักการปกครองที่ดีอีกด้วย

        -ในทางธรรมในถิ่นนั้นมีพระภิกษุ หรือฆราวาสผู้รู้ธรรมเป็นบัณฑิต  สามารถใ้ห้การอบรมสั่งสอนศึลธรรมได้อย่างดี หรือถิ่นที่พระพุทธศาสนาแผ่ไปถึง สามารถให้ทาน รักษาศีล ฟังธรรม ทำสมาธิภาวนาได้เป็นนิจ
 

ออฟไลน์ Oๅยุจัง あゆちゃん

  • ผู้ควบคุมวง
  • นักร้องประจำวง
  • กระทู้: 136
  • กำลังใจ : 327
Re: เปิดไปอ่านความสุข
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: 17 พฤษภาคม 2009, 05:37:18 »
   บันไดขั้นที่ 5  มีวาสนามาก่อน


ผลไม้ที่คัดพันธุ์มาอย่างดีแล้ว รสโอชะของมันย่อมติดมาในเมล็ด เมื่อนำมาปลูก  ต้นของมันย่อมให้ผลที่รสอร่อยทันทีโดยไม่ต้องทะนุบำรุงมาก ฉันใด
   
    คนเราก็เช่นกัน ถ้าในอดีตสะสมความดีมามากพอ เกิดมาชาตินี้ก็เป็นคนใจใส ใจสะอาดบริสุทธิ์มาตั้งแต่เด็ก มีสติปัญญามาตั้งแต่กำเนิด รูปร่างสง่างาม ร่างกายแข็งแรงสมบรูณ์ มีโอกาสสร้างความดีได้มากกว่าคนทั้งหลาย ฉัันนั้น


   บุญคืออะไร


     บุญแปลว่า ความดี ความสุข
 
     หมายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในจิตใจแล้ว ทำให้เกิดใจใสสะอาดปราศจากความศร้าหมองขุ่นฝ้า ก้าวขึ้นสู่ภูมิที่ดี
     
     "บุญ" มองไม่เห็น  แต่กด็สามารถรู้อาการของบุญได้ คือเมื่อเกิดขึ้นแล้วทำให้จิตใจชุ่มชื่นเป็นสุข เพราะบุญช่วยปรับปรุงใจให้มีคูณภาพดีขึ้น คือ ตั้งมั่นไม่หวั่นไหวบริสุทธิ์ผุดผ่องสว่างไสว ปลอดโปร่ง  ไม่อึดอัด ไม่กระสับกระส่าย ชุ่มชื่นเบาสบายผ่อนคลายไม่ตึงเครียด นุ่มนวลควรแ่ก่การใช้งาน และบุญที่เกิดขึ้นนี้ยังสามรถสะสมไว้ในใจได้อีกด้วย

      บุญ แบ่งเป็น ๒ ประเภท คือ บุญช่วงไกล และบุญช่วงใกล้

      ๑. บุญช่วงไกล คือ คุณความดีที่เราทำจากภพชาติก่อน มาจนถึงวันคลอด
          จากมารดา ซึ่งส่งผลให้เราพบความสะดวกสบายต่างๆ ตั้งแต่วันแรก
          เกิดเป็นต้นมา ทำให่เรามีโอกาสสร้างคสามดีใได้มากกว่าคนทั้งหลาย
          ถ้าไม่ประมาท หมั่นสะสมความดีในปัจจุบันในปัจจุบันเพิ่มขึ้นอีก ก็จะ
          เจริญก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว แต่ถ้าประมาทไม่เอาใจใส่ในการทำความ
          ดีในปัจจุบัน ก็เปรียบเสมือนต้นไม้ยอดด้วนยากจะเจริญเติบโตต่อไป

      ๒. บุญช่วงใกล้ คือ คุณความดีที่เราทำในภพชาติปัจจุบันตั้งแรกคลอดจน
          ถึงวันนี้ เช่น ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ขยันหมั่นเพียร คบคนดีเป็นมิตร ฝึก
          ใจให้ผ่องใสตั้งแต่เด็ก  ความคิด คำพูด การทำงาน ย่อมดีกว่าบุคคล
           อื่นในวัยเดียวกัน เมื่อเติบโตขึ้นย่อมก้าวหน้ามากกว่าคนอื่น
     
      การทำความดีทุกอย่างให้ผลเป็นบุญทั้งสิ้น เพื่อง่ายต่อการจดจำ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสการทำำบุญไว้โดยย่อ ๓ประการ คือ ทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา

ออฟไลน์ Oๅยุจัง あゆちゃん

  • ผู้ควบคุมวง
  • นักร้องประจำวง
  • กระทู้: 136
  • กำลังใจ : 327
Re: เปิดไปอ่านความสุข
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: 17 พฤษภาคม 2009, 05:37:51 »
   บันไดขั้นที่ 5  มีวาสนามาก่อน


ผลไม้ที่คัดพันธุ์มาอย่างดีแล้ว รสโอชะของมันย่อมติดมาในเมล็ด เมื่อนำมาปลูก  ต้นของมันย่อมให้ผลที่รสอร่อยทันทีโดยไม่ต้องทะนุบำรุงมาก ฉันใด
   
    คนเราก็เช่นกัน ถ้าในอดีตสะสมความดีมามากพอ เกิดมาชาตินี้ก็เป็นคนใจใส ใจสะอาดบริสุทธิ์มาตั้งแต่เด็ก มีสติปัญญามาตั้งแต่กำเนิด รูปร่างสง่างาม ร่างกายแข็งแรงสมบรูณ์ มีโอกาสสร้างความดีได้มากกว่าคนทั้งหลาย ฉัันนั้น


   บุญคืออะไร


     บุญแปลว่า ความดี ความสุข
 
     หมายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในจิตใจแล้ว ทำให้เกิดใจใสสะอาดปราศจากความศร้าหมองขุ่นฝ้า ก้าวขึ้นสู่ภูมิที่ดี
     
     "บุญ" มองไม่เห็น  แต่กด็สามารถรู้อาการของบุญได้ คือเมื่อเกิดขึ้นแล้วทำให้จิตใจชุ่มชื่นเป็นสุข เพราะบุญช่วยปรับปรุงใจให้มีคูณภาพดีขึ้น คือ ตั้งมั่นไม่หวั่นไหวบริสุทธิ์ผุดผ่องสว่างไสว ปลอดโปร่ง  ไม่อึดอัด ไม่กระสับกระส่าย ชุ่มชื่นเบาสบายผ่อนคลายไม่ตึงเครียด นุ่มนวลควรแ่ก่การใช้งาน และบุญที่เกิดขึ้นนี้ยังสามรถสะสมไว้ในใจได้อีกด้วย

      บุญ แบ่งเป็น ๒ ประเภท คือ บุญช่วงไกล และบุญช่วงใกล้

      ๑. บุญช่วงไกล คือ คุณความดีที่เราทำจากภพชาติก่อน มาจนถึงวันคลอด
          จากมารดา ซึ่งส่งผลให้เราพบความสะดวกสบายต่างๆ ตั้งแต่วันแรก
          เกิดเป็นต้นมา ทำให่เรามีโอกาสสร้างคสามดีใได้มากกว่าคนทั้งหลาย
          ถ้าไม่ประมาท หมั่นสะสมความดีในปัจจุบันในปัจจุบันเพิ่มขึ้นอีก ก็จะ
          เจริญก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว แต่ถ้าประมาทไม่เอาใจใส่ในการทำความ
          ดีในปัจจุบัน ก็เปรียบเสมือนต้นไม้ยอดด้วนยากจะเจริญเติบโตต่อไป

      ๒. บุญช่วงใกล้ คือ คุณความดีที่เราทำในภพชาติปัจจุบันตั้งแรกคลอดจน
          ถึงวันนี้ เช่น ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ขยันหมั่นเพียร คบคนดีเป็นมิตร ฝึก
          ใจให้ผ่องใสตั้งแต่เด็ก  ความคิด คำพูด การทำงาน ย่อมดีกว่าบุคคล
           อื่นในวัยเดียวกัน เมื่อเติบโตขึ้นย่อมก้าวหน้ามากกว่าคนอื่น
     
      การทำความดีทุกอย่างให้ผลเป็นบุญทั้งสิ้น เพื่อง่ายต่อการจดจำ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสการทำำบุญไว้โดยย่อ ๓ประการ คือ ทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา

ออฟไลน์ Oๅยุจัง あゆちゃん

  • ผู้ควบคุมวง
  • นักร้องประจำวง
  • กระทู้: 136
  • กำลังใจ : 327
Re: เปิดไปอ่านความสุข
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: 17 พฤษภาคม 2009, 05:38:51 »
   
บันไดขั้นที่ 6 ตั้งตนไว้ชอบ

พ่อค้ารวยได้ เพราะได้ทำเลดีๆ ทุนดีๆ และการบริหารที่ดี

    ชาวสวนรวยได้ เพราะได้ดินดี พันธุ์ดี และการบริหารงานดี

    สาธุชน ได้ปฏิรูปเทส มีบุญมาแต่ปางก่อน  แต่ไม่ทำความดีต่อ ในที่สุด บุญก็หมดเสียก่อน สิ่งแวดล้อมไม่อำนวยเสียก่อน และเจ็บตายเสียก่อน

   เพราะแะนั้น แทนที่จะกินบุญเก่าจนกระทั่งหมด ก็ต้องขวนขวายหาบุญใหม่เพิ่มขึ้นด้วย

   วิธีตั้งตนไว้ชอบ คือ ตั้งเป้าหมายชีวิืตไว้ 3 ระดับ

  เป้าหมายบนดิน คือ ตั้งเป้าหมายว่าชาตินี้จะต้องตั้งตัวตั้งฐานะด้วยความสุจริตให้ได้

    เป้าหมายบนฟ้า คือ ตั้งเป้าหมายว่าจะต้องตั้งใจสร้างบุญกุศลให้เต็มที่เป็นทุนเป็นเสบียงในภพชาติต่อไป
   
    เป้าหมายเหนือฟ้า คือ ตั้งเป้าหมายว่าตราบใดที่มีชีวิตจะปฏิบัติธรรมทุกรูปแบบเพื่อปราบกิเลสไปนิพพานตามพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปให้ได้

    ใครตั้งตนไว้ในการทำเป้าหมาย ๓ ระดับนี้ตลอดชีวิต เรา้เรียกว่า การตั้งตนไว้ชอบ


   



ออฟไลน์ Oๅยุจัง あゆちゃん

  • ผู้ควบคุมวง
  • นักร้องประจำวง
  • กระทู้: 136
  • กำลังใจ : 327
Re: เปิดไปอ่านความสุข
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: 17 พฤษภาคม 2009, 05:40:25 »
บันไดขั้นที่ 7 เป็นพหูสูต


  ความทุกข์และความเสื่อมต่างๆมีอยูรอบตัวเราตั้งแต่เกิด และเราด็ไม่ชอบมัน แต่เราชอบต้องการความสุข ความเจริญ ซึ่งจะได้มา ก็ด้วยปัญญา


   ถ้าขาดปัญญา สุขภาพร่างกายก็เสื่อม ทรัพย์ก็ฌสื่อม ญาติก็เสื่อม ความทุกข์ประดังมารอบทิศ



    ถ้ามีปัญญาท่ามกลางความล้มเหลว กลับพบความสำเร็จ
   
    ท่ามกลางความทุกข์ กลับได้ความสุข

    ท่ามกลางความยากแค้นกลับร่ำรวย

    ท่ามกลางศัตรู กลับได้มิตร

    ท่ามความเสื่อม กลับได้เจริญ
 
    ทุกคนควรแสวงหาปัญญา

    ปํญญาจะได้จากความเป็นผู้ได้ยินได้ฟังมา เรียกว่า   พหูสูต

   
     

ออฟไลน์ Oๅยุจัง あゆちゃん

  • ผู้ควบคุมวง
  • นักร้องประจำวง
  • กระทู้: 136
  • กำลังใจ : 327
Re: เปิดไปอ่านความสุข
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: 17 พฤษภาคม 2009, 05:41:14 »
บันไดขั้นที่ 8  มีศิลปะ

 เมื่อเราปลูกต้นมะม่วง   จะอิ่มหรือจะรวย ล้วนอยู่ที่การออกผลของมัน


 ในช่วงที่เราปลูก มะม่วงจะมีเพียงลำต้น กิ่ง และใบ เป็นเพียงระยะเตรียมก่อนให้ผล


   ความรู้ทุกอย่างหรือความเป็นพหูสูตของคนเราก็เช่นกัน เป็นเพียงช่วงเตรียมตัวก่อนจะใช้งานเท่านั้น


   ความรู้จะช่วยเราได้จริงต่อเมื่อเรามีศิลปะในการนำความรู้ออกมาใช้ให้เกิด ประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวมเท่านั้น

 
   คำว่า"ศิลปะ"ในเนื้อแท้ของพระพุุทะศาสนา  หมายถึง "ฉลาดทำ"

   
   คนเรานั้น ถึงแม้จะมีความรู้เ ป็นพหูสูตมากขนาดไหนก็ตาม แต่ถ้าไม่ฉลาดทำ ก็ยากจะประสบความสำเร็จ

   เข้าทำนองความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด

   คือเป็นผู้มีความรู้ แต่ยังไม่มีความสามารถ
   
   ความฉลาดทำ เกิดขึ้นไดเ้จากความตั้งใจจริง

   คนที่จะมีศิลปะได้นั้น มีคุณสมบัติ

   ๑. ศรัทธาในสิ่งที่ตัวเองจะทำ
   
   ๒. ต้องไม่มีโรคภัยเบียดเบียน
   
   ๓. ต้องไม่โอ้อวด เพราะจะปิดกั้นความรู้อื่น
   
   ๔. ต้องไม่เกียจคร้าน
   
   ๕. ต้องมีปัญญา นั่นคือ ต้องได้ครูบาอาจารย์ที่ฉลาดสอน และต้องช่าง
       สังเกตพินิจพิจรณา

   ขอเตือนใจคือ อย่าเอาแต่จับผิดผู้อื่น มิฉะนั้น เราจะกลายเป็น "ศิลปินนักติ"

คือ ดีแต่ติคนอื่นเรื่อยไป ติเอาไว้มากเกินไปจนไม่กล้าแสดงฝีมือ เพราะเขาจะติคืนบ้าง เลยกลายเป็นคนไม่มีผลงาน และทำอะไรไม่เป็น
 
 

ออฟไลน์ Oๅยุจัง あゆちゃん

  • ผู้ควบคุมวง
  • นักร้องประจำวง
  • กระทู้: 136
  • กำลังใจ : 327
Re: เปิดไปอ่านความสุข
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: 17 พฤษภาคม 2009, 05:42:21 »
บันไดขั้นที่ 9 มีวินัย
ดาบคม แต่ไม่ฝัก

ระเบิดอันตราย แต่ไม่สลักนิีรภัย

ล้วนสามารถให้คุณและโทษกับผู้ใช้ได้เท่าๆกัน เพราะปราศจากการควบคุม

ความรู้ และความสามารถ คือ พหุสูตกับศิลปะ  ก็เช่นกัน

สองอย่างนี้ใช้ฟาดฟันอุปสรคทุกชนิด และสรรค์สร้างสรรพสิ่งได้ดังใจ

แต่ถ้าไม่มีวินัย  ก็ให้ผลเดือดร้อน เสียหายอย่างเดียว

เพราะเขาแยกไม่ออกว่า สิ่งใดควรทำหรือไม่ สิ่งใดควรพูดหรือไม่ สิ่งใดควรมองหรือไม่ควร ฯลฯ

แล้วหลงไปทำสิ่งไม่ควรนั้นแล้ว ความรูความสามารถของเขาจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเขาเอง

การฝึกวินัย จึงควรฝึกผ่านการรักษาศีล ๕ ไห้เป็นปกติ และการปฏิบัติตามกฏระเบียบของหมู่คณะ และกฏหมายบ้านเมือง










ออฟไลน์ Oๅยุจัง あゆちゃん

  • ผู้ควบคุมวง
  • นักร้องประจำวง
  • กระทู้: 136
  • กำลังใจ : 327
Re: เปิดไปอ่านความสุข
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: 17 พฤษภาคม 2009, 05:43:28 »
บันไดขั้นที่ 10 มีวาจาสุภาษิต
การทำความดีให้ได้เต็มที่ เราจำเป็นต้อง

๑. หาความรู้ใส่ใจ
๒. ฝึกความสามารถในตัว
๓. มีวินัยกำกับความรู้ความสามารถนั้น

ความสามารถ เรียกว่า ฝีมือ

แต่มีความสามารถอีกประการหนึ่งทางปาก เรียกว่า ฝีปาก

หากใครฝึกได้อย่างดีแล้ว ย่อมสามารถฝากความดีให้ชาวโลกเห็นได้มากกว่าฝีมือเสียอีก


ดังเช่น พระพุทธศาสนาแพร่หลายขึ้นมาได้ เพราะฝีปากแท้ๆ เป็นฝีปากที่สร้างคนให้เป็นคนดี

ฝีปากชนิดนี้เรียกว่า วาจาสุภาษิต




ออฟไลน์ Oๅยุจัง あゆちゃん

  • ผู้ควบคุมวง
  • นักร้องประจำวง
  • กระทู้: 136
  • กำลังใจ : 327
Re: เปิดไปอ่านความสุข
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: 17 พฤษภาคม 2009, 05:44:08 »
บันไดขั้นที่ ๑๑ เลี้ยงดูบิดามารดา

ต้นไม้ ดูดปุ๋ย อากาศ เข้าไปสะสมไว้ในต้นจนสมบรูณ์ แต่ถึงฤดูแล้วยังไม่ออกดอก ออกผล ก็โดนโค่นทิ้ง

 คนที่สะสมความรู้ความสามารถไว้เต็มแล้ว แต่ไม่ยอมทำความดี ก็หนักแผ่นดินอยู่ร่วมกันไม่ได้
 
 การทำความดี ถ้าจะให้รัดกุม ไม่มีช่องโหว่ ต้องเริ่มจากบุคคลใกล้ตัว ผู้ที่ใก้ลตัวเราที่คือ บิดามารดา

 ทองคำแท้หรือไม่ โดนไฟก็รู้ แข่กรดก็รู้

 คนดีแท้หรือไม่ ให้ตรงเลี้ยงพ่อแม่

 การแทนคุณพ่อแม่ให้หมดสิ้นนั้น ไม่ใช่ของง่าย เพราะจะเอาพ่อนั่งบนบ่าซ้ายแม่นั่งบนบ่าขวา ให้อาบน้ำ ถ่ายหนัก-เบา ๑๐๐ ปี ก็ยังแทนคุณไม่ได้

 เราจึงต้องศึกษาว่าเลี้ยงพ่อแม่อย่างไรให้ดีที่สุด ตอบแทนพระคุณท่านได้มากที่สุด ซึ่งเรื่องนี้พระพุทธศาสนามีคำตอบ
 

 


 

ุ้

ออฟไลน์ Oๅยุจัง あゆちゃん

  • ผู้ควบคุมวง
  • นักร้องประจำวง
  • กระทู้: 136
  • กำลังใจ : 327
Re: เปิดไปอ่านความสุข
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: 17 พฤษภาคม 2009, 05:45:15 »
บันไดขั้นที่ ๑๒ เลี้ยงดูบุตร

 วันหนึ่งเราต้องสุดที่รัก  ต้องตายสิ่งที่อยากได้ด้วยทุกคน คือ ความปิติ  ความปลื้มใจ ไว้หล่อเลี้ยงใจให้สดชื่น


  ความปิติจะเกิดได้ ก็ต่อเมื่อได้ผลแห่งความดั หรือผลงานดีๆ ที่ดีทำไว้ ยิ่งผลงานดีเท่าไร ยิ่งชื่นใจมากเห่านั้น แล้วอายุจะยืนยาว สุขภาพจะแข็งแรง
 
  สุดยอดผลงานของนักปฏิบัติธรรม คือ การกำจัดกิเลสในตัว

  สุดยอดผลงานของชาวโลก คือ ลูกหลานเป็นคนดี

ออฟไลน์ Oๅยุจัง あゆちゃん

  • ผู้ควบคุมวง
  • นักร้องประจำวง
  • กระทู้: 136
  • กำลังใจ : 327
Re: เปิดไปอ่านความสุข
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: 17 พฤษภาคม 2009, 05:46:24 »
บันไดขั้นที่ ๑๓ เลี้ยงดูภรรยา (สามี)


 สามี แปลว่า นาย,ผู้เลี้ยง ,ผัว

  ภรรยา แปลว่า คนควรเลี้ยง เมีย
 
  คำทั้สองนี้ เป็นคำที่อมความหมายในทางที่ดี และเป็นคำคู่กัน
 
  ผู้ชายที่จะได้คำว่าสามี ก็เพราะ เลี้ยงถรรยา

  ผู้หญิงที่จะได้คำว่าถรรยา ก็เพราะทำคัวเป็นคนน่่าเลี้ยง