ผู้เขียน หัวข้อ: เรียนร้องเพลง เทคนิค/วิธี ที่รวบรวมมาฝากนักร้องค่าย 'มิวสิคพาร์ค' ครับ  (อ่าน 2984 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ไผ่

  • คณะกรรมการ
  • นักร้องประจำวง
  • กระทู้: 197
  • กำลังใจ : 860
    • wikornrat
   ศึกษารายละเอียดเอานะครับ นี่เป็นตัวอย่างบางตอนเท่านั้น จากเวบต่างๆ ที่คัดมา  <:L6:>
คงเหมาะกับ 'น้องแก้ม','คุณสายฝน' ที่กำลังอยากเรียนรู้หรือท่านอื่นๆ ที่ใคร่ศึกษาเชิญเลยครับ

เว็บไซต์ที่ 1 : www.pramool.com

# ฝึกร้องเพลงกันเถอะ #
1. เคล็ดลับในการหายใจ สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มหัดร้องเพลง เพราะมักจะหายใจไม่ทันและเหนื่อย ร้องแล้วบางทีลมไม่พอ ทำให้เสียงขาดหาย
ตอบ การหายใจที่ถูกต้องคือ การเก็บลมที่กระบังลม พองรับลมเก็บลมเข้าไว้ ใช้ลมจากกระบังลม Control ให้เส้นเสียงสั่นสะเทือน ถ้าเปลี่ยนวิธีการหายใจมาใช้กระบังลมได้ บางทีน้องจะหายใจง่ายขึ้น เพราะการหายใจด้วยกระบังลม มันใช้เวลาเสี้ยววินาทีในการเก็บลมให้เต็ม
2. รู้สึกว่าเสียงร้องของตัวเองไม่มีพลัง ควรทำไงดี อีกอย่างหนึ่งการที่จะร้องเพลงให้มีทั้งน้ำเสียงและ feelling ที่ดีควรทำอย่างไร
ตอบ ต้องรู้จัก Project เสียง เริ่มจากรู้จักการบังคับกระบังลม อย่างเช่น การบังคับกระบังลมเนี่ย เราหายใจเข้าเก็บลม กระบังลมพองเต็มที่แล้ว ปล่อยเสียง เราบังคับกระบังลมให้ Project เสียงทีเดียว ให้มีพลัง เราทำได้แล้ว เราจะเริ่ม Project เสียง บังคับกระบังลมได้นะ มันมีวิธีการฝึกฝน แบบฝึกหัดเยอะแยะ อย่างเช่น Sit Up หรือว่า เพิ่มพลังให้กระบังลม ยกน้ำหนักกระบังลม น้องๆ ก็คงต้องเน้นที่กระบังลม เก็บลมและ Control ได้เต็มที่ จะทำให้เสียงมีพลังมากขึ้น
..............
..............
..............
25. เป็นคนที่ชอบร้องเพลงมาก แต่พอมาร้องต่อหน้าคนอื่นหนูจะตื่นเต้นมาก ตอนนี้หนูก็พยายาม ร้องให้เพื่อนฟัง ก็พอจะร้องได้บ้าง แต่พอเวลามีงานทีไร พวกเพื่อนๆก็จะยุให้ขึ้นไปร้องบนเวที จะกลัวและตื่นเต้นจนร้องไม่ออก จะทำยังไงให้ร้องเพลงได้ และให้หายตื่นเต้นดี
ตอบ จริงๆแล้วคนที่ชอบร้องเพลง ถ้าตื่นเต้นมาก วิธีการทำให้คลายความตื่นเต้น ก็คือทำสมาธิกำหนดลมหายใจเข้า-ออก แล้วก็ทำสมาธิให้จิตใจสงบลง ต้องเป็นคนที่ฝึกซ้อมบ่อย ๆ ถ้าเราไม่อ่อนซ้อม ถึงเวลาที่เราต้องแสดงออก หรือต้องประกวด หรือว่าอะไรก็แล้วแต่ เราจะมีความมั่นใจมากกว่าคนอื่นๆ และเราก็สามารถระงับความตื่นเต้นนั้นได้

# ทำยังไงให้ซาวด์ดนตรีออกมาดีเวลาเล่น #
สิ่งสำคัญที่จะทำให้เล่นดนตรีแล้วได้ซาวนด์ออกมาดี ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายๆอย่าง อย่างแรกนอกจากต้องมีพื้นฐานทางด้านดนตรีที่ดีแล้ว ยังต้องรู้จักสังเกตหลายๆอย่าง เช่น ความละเอียดในการตั้งสายกีตาร์ เบส การให้ความสำคัญกับความดัง - เบาในการเล่นเครื่องดนตรีต่างๆ เสียงกลองที่ไม่ตีดังเกินไป หรือเสียงกีตาร์ที่เล่นดังพอประมาณไม่กลบเสียงร้อง สิ่งเหล่านี้ต้องมาจากการรู้จักสังเกต รวมทั้งการสะสมที่ได้จากการฟังเพลงเยอะๆ ต้องอาศัยการเรียนรู้ เพราะเหล่านี้เป็นสิ่งที่เรามองไม่เห็น ต้องสังเกตและใช้ความรู้สึกด้วย เวลาฟังเพลงก็หัดสังเกตด้วยว่าทำไมเขาได้ นักดนตรีที่ดีนอกจากจะฝึกเล่นแล้ว ยังต้องฝึกฟังด้วย
...................
...................

# เตรียมตัวก่อนการประกวดร้องเพลง #
ประกวดร้องเพลง ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
ง่ายๆเลยนะ ประกวดร้องเพลงจะต้องฝึกซ้อมมากๆ แล้วก็ถ้าประกวดอย่าง Nescafe Music Challenge มันต้องมีทั้งเพลงไทยเพลงสากล จะต้องมีความชัดเจนทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ แล้วก็จำเมโลดี้ของเพลง-ทำนองของเพลง แล้วก็จังหวะของเพลงๆนั้นให้ได้ แล้วก็ร้องให้เป็นตัวของตัวเองมากที่สุด ที่สำคัญที่สุดก็คือฝึกซ้อมเยอะ
....................
....................
-------------------------------
  เวบต่อไปนี้ดีมีวิธีการทุกอย่างสำหรับคนที่มีความฝันอยากเป็นนักร้องอาชีพ (คงถูกใจคุณ 'สายฝน' ที่เคยขอมา)
พูดกันว่าตั้งแต่เริ่มเรียนอนุบาลการหัดร้องเพลงเลยแหละ เพราะมีบทเรียน เนื้อหาสารพัด จนไปถึง
มีแบบฝึกหัดให้ด้วย   <:5:>

เว็บไซต์ที่ 2 : www.e-muzic.net
  ในเรื่องของเทคนิคการร้องเพลงนั้น ไม่สามารถทำได้ดีโดยการเพียงแค่อ่านแล้วหัดทำตามเพียงเท่านั้น ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่ไม่สามารถสื่อสารได้ด้วยตัวหนังสือ และอีกมากมายที่อาจสื่อสารได้แต่ผมไม่ได้นำมาลง ณ ที่นี้ เรื่องราวต่างๆ ในเวปไซท์ของผมเป็นเรื่องราวที่ผู้อ่านไม่ว่าจะเป็นระดับใดก็ตาม สามารถทำความเข้าใจในทฤษฎีเบื้องต้น และสามารถฝึกได้ด้วยตนเอง หลายคนคิดว่าการร้องเพลงเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็ทำได้เหมือนการพูดคุย หลายคนคิดว่านักร้องจะต้องเก่งเสมอไป ร้องได้ทุกเพลงทุกสถานการณ์
...................
...................
การเคลื่อนไหวตัวตามจังหวะของดนตรีเป็นการสร้างอารมณ์ร่วมกับเพลงที่เราจะ ร้อง ทั้งยังเป็นการสื่อสารอารมณ์ของบทเพลง ไปยังผู้ฟังได้อีกด้วย
การร้องเพลงไม่ใช่การท่องอาขยาน ดังนั้นนอกจากการท่องจำเนื้อเพลงให้ขึ้นใจแล้ว ยังควรศึกษารายละเอียดของบทเพลงนั้นๆ ด้วย ทั้งในด้านดนตรีประกอบ ความหมาย ฯลฯ เพื่อให้การร้องเพลงของเรานั้นเป็นการร้องที่ออกมาจากภายในใจ ไม่ใช่สักแต่ร้องไปตามที่เราจำเนื้อเพลงได้ เมื่อทุกท่านพร้อมแล้วที่จะก้าวเข้าสู่การพัฒนาความสามารถของตนเองทางด้าน การร้องเพลง ก็เชิญคลิ๊กที่ด้านล่าง เพื่ออ่านบทเรียนออนไลน์ได้เลยครับ

    * บทที่ 1 เสียง
    * บทที่ 2 การหายใจ
    * บทที่ 3 โทนเสียง
    * บทที่ 4 การออกเสียงสระและพยัญชนะ
    * บทที่ 5 การใช้ลีลา
    * บทที่ 6 การเตรียมความพร้อมก่อนการแสดง
    * บทที่ 7 การใช้ไมโครโฟน
    * บทที่ 8 สิ่งที่นักร้องทุกคนควรทราบ
    * บทที่ 9 แบบฝึกหัดการวอร์มเสียงแบบที่ 1
    * บทที่ 10 แบบฝึกหัดการวอร์มเสียงแบบที่ 2
    * บทที่ 11 แบบฝึกหัดการวอร์มเสียงแบบที่ 3
    * บทที่ 12 แบบฝึกหัดการวอร์มเสียงแบบที่ 4

# ร้อง เพลงอย่างไรให้ไพเราะ? #
   หลายๆ คนอาจจะงงว่าผมทำหน้าสอนร้องเพลงไว้แล้ว แล้วจะพิมพ์บทความหน้านี้ขึ้นมาทำไมอีก อยากจะบอกกับเพื่อนๆ ทุกคนถึงที่มาของบทความนี้ เกิดจากการที่ผมสอนร้องเพลงมานาน พบกับนักเรียนและนักร้องมามากมาย น้อยคนนักที่เวลาผมฟังเค้าร้องเพลงแล้วรู้สึกว่าเพราะซะจนบรรยายไม่ถูก เพราะไม่เกรงใจใคร เพราะจนฟังแล้วขนลุกซู่ นักเรียนของผมหลายคนเรียนร้องเพลง จนทราบถึงวิธีการร้อง การใช้เสียงที่ถูกต้อง แต่ร้องไม่เพราะสักที นักร้องหลายๆ คนก็เป็นเช่นกัน การร้องเพลงให้เพราะ ผมว่ามันเกิดจากหลายๆ อย่างมารวมกัน ลองมาดูกันนะครับว่าวิธีของผมจะทำให้คุณร้องเพลงได้เพราะขึ้น น่าดูและน่าฟังมากขึ้นรึเปล่า
..................
..................
   หวังว่าทุกคนคงไม่อยากเป็นอย่างนักร้องในจินตนาการคนนั้น จงมีความสุขไปกับการร้องเพลง พยายามสื่ออารมณ์เพลงให้ได้ ทำหน้าตาและท่าทางให้น่าดูอยู่เสมอ รับรองเลยว่าคุณจะต้องเป็นอีกคนหนึ่งที่ร้องเพลงได้ไพเราะ น่าฟังและน่ามอง อย่างที่คุณเองต้องการได้แน่นอน
# อยากมีลูกคอออออออออออ... ทำอย่างไร? #
-------------------------------

  ว่าจะหยุดแค่เว็บไซต์ที่ 2 เพราะว่าเนื้อหาก็น่าจะครอบคลุมทั้งหมด แต่คิดว่าเอาเถอะความรู้ต่างที่ หลากทฤษฎี น่าจะมีอะไรให้ค้นคว้าเพิ่ม
เป็นอะไรที่ท่าทายนักฝันของว่าที่
ศิลปินคนใหม่ ก็เลยแนะนำเพิ่มอีกเวบครับ <:L6:>

เว็บไซต์ที่ 3 : www.dreampoem.com

# ฝึก ร้องเพลงกันค่ะ #
  สำหรับคนที่อยากหัดร้องเพลง อันดับแรกเลย คือ ฝึกเรื่องกระบังลมและเรื่องการหายใจนะคะ
คือ ต้องหายใจให้ถูกต้องก่อน โดยการหายใจเข้าท้องป่อง หายใจออกท้องแฟบ
   พอหายใจถูกแล้ว ก็มาฝึกเรื่องการบังคับลมให้ออกมาจากช่องท้องกัน
หลังจากหายใจเข้า ค่อยๆปล่อยลมออกมาทางปากให้ผ่านทางฟัน โดยไม่ต้องเปิดปาก (อธิบายยากจัง แหะๆ)
แล้วลองจับเวลาดู ให้สามารถบังคับลมให้ค่อยๆออกมาได้นานที่สุด
..................
..................
   ขั้นตอนต่อไป หลังจากฝึกหายใจกันได้แล้ว
ก็ มาเรื่องออกกำลังกายกันบ้างดีกว่าค่ะ
   ท่าที่ช่วยฝึกเรื่องความแข็ง แรงของกล้ามเนื้อท้อง (และลดหน้าท้องไปในตัว  ยิงฟันยิ้ม)
เป็นท่าคล้ายๆกับ sit up คือ นอนราบไปกับพื้น ยกเข่าตั้งขึ้น หายใจเข้าทางปาก ท้องป่องนะคะ
.................
.................
.................
   แต่ที่สำคัญ คือ การร้องเพลง ควรจะร้องเปิดปาก ให้เสียงออกมาเต็มที่ ออกเสียงให้ชัดเจน
คำควบกล้ำทั้งหลาย ร.เรือ ล.ลิง หรือคำที่มี กว ควบ ควรจะออกให้ชัด
จะทำให้เพลงนั้นไพเราะขึ้นอีกเยอะ เลยค่ะ
#ธรรมชาติ#
   คนเราร้องเพลงได้ โดยธรรมชาติอยู่แล้วครับ
การร้องเพลงเป็นการที่เราพัฒนามาจากพื้นฐาน มนุษย์
หรือชาวป่า ในอดีต ทำนองในการร้องมีการพัฒนาด้วยเช่นกัน
นัก ร้องคนหนึ่ง ถ่ายทอดไปยังอีกคนหนึ่งด้วยการให้ทำตาม
หรือเลียนแบบ นี่คือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้
เช่นเดียวกันกับทุกวันนี้ นักร้องส่วนใหญ่ ไม่ได้เรียน
ร้องเพลงก่อนจะร้องเพลงเป็น แต่พวกเขามักจะร้องได้ดีอยู่แล้ว
โดยการเลียนแบบ นักร้องต้นแบบที่เขาชื่นชอบ แล้วพัฒนามาเป็นตัวเอง
" ถ้าเราได้ต้นแบบที่ดี เราก็จะได้นักร้องที่ดี "
นักร้องแบบเป็นไปตาม ธรรมชาติเห็นชัดที่สุดคือ
นักร้องลูกทุ่ง ของบ้านเรา  ทั้งการมีน้ำเสียงที่เป็นตัวของตัวเอง
การปล่อยเสียง เอื้อน หนักเบา ฯลฯ
เทคนิคมากมายอยู่ในตัวนักร้องคนนั้น โดยไม่มีการเรียน
ทำไมเป็น เช่นนั้น?
#การเรียนร้องเพลง#
   การ ร้องเพลงที่มีรูปแบบเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องเรียนรู้
หรือผู้ที่เริ่มต้น ช้า ไม่ทันกระบวนการตามธรรมชาติ
การร้องเพลงที่มีรูปแบบ เช่นเดียวกับ การพิมพ์เอกสารราชการ
เราต้องรู้วิธี ศัพท์ที่จะใช้ การติดต่อสื่อสารกับคนในแต่ละระดับ
เพราะถ้าเราร้องผิดแบบไปก็จะไม่ใช่ เพลง style นั้นๆ
เช่น เพลง Classic ถ้าเราเริ่มชอบ แต่ไม่เข้าใจการเปล่งเสียง
การใช้เทคนิคต่างๆ เหล่านั้น ก็ควรจะต้องเรียน
การเรียนร้องเพลง คือการที่เราได้เรียนรู้สิ่งที่เขาสรุป
รวบรวมมาให้เราอย่างเป็นระบบ
เพื่อ ให้เราเข้าใจได้เร็วขึ้น และ มีแนวทางต่างๆกันไป
ทั้งนี้ต้องขึ้นกับผู้ สอนที่เข้าใจการร้องเพลงจริงๆด้วยนะครับ
แต่อย่าลืมว่า การเรียนไม่สามารถทำให้เป็นนักร้องที่ดีได้
เราต้องกลับมาฝึกอย่างหนัก ด้วยเช่นกัน
ทำไมครูสอนร้องเพลงถึงไม่ได้เป็นนักร้องที่โด่งดัง?
ทำไม นักร้องดังสอนร้องเพลงไม่เป็น?
#ความเข้าใจในเพลง#
   เพลงเป็นการสื่อสาร เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามได้รับสื่อให้ตรงกัน
โดยผ่านทาง จังหวะ ทำนอง เนื้อร้อง เสียงร้อง ดนตรี เทคนิคการร้อง
ฯลฯ ดังนั้น สิ่งที่ควรทำเมื่อจะร้องเพลงหนึ่งเพลง คือ ตีความ
นักร้องบางคนจะตีความ รวม บางคนตีความเป็นบรรทัด
ก็ แล้วแต่ เพราะงานศิลปะไม่มีกฏเกณฑ์ตายตัว
เพียง แต่ ความเข้าใจเรา ทำให้คนอื่นเข้าใจหรือไม่
เหตุที่นักร้องที่ประสบความ สำเร็จ เขาอาจจะมีความเข้าใจเพลง
และถ่ายทอดออกมาตรงกับคนส่วนใหญ่
ทำไม นักร้องเสียงธรรมดา ไม่มีเทคนิคมากมาย แต่ร้องเพลงให้คนร้องไห้ได้?
ทำไม นักร้องที่เก่งฉกาจ แต่ร้องได้น่าเบื่อ?
#เทคนิคการร้องเพลง#
เนื้อเสียง หรือ แก้วเสียง
   เป็นสิ่งที่พระเจ้า สร้างมาให้แต่ละคนไม่เหมือนกัน
อาจจะคล้ายกันบ้างแต่ก็มีข้อแตกต่าง
บาง คนร้องเพลงธรรมดา แต่มีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก ไม่ว่าจะเสียงแหบ
เสียงขึ้น จมูก เสียงใหญ่ เสียงเล็ก ฯลฯ ล้วนแต่บ่งบอกถึงคนๆนั้น
การจะดัดเสียงให้ ต่างจากเดิมก็ทำได้ แต่เราควรจะหาจุดที่พอดี
จนเป็นธรรมชาติที่สุด
ถ้า ให้ พี่ป๊อด พี่นภ พี่ติ๊กชิโร่ มาร้องเพลงเดียวกัน ให้ร้องเหมือนกัน
และ ห้ามใช้เทคนิคเฉพาะตัว เราจะแยกออกไหม?
ช่องเสียง
   การออกเสียงมีหลายช่อง ตามทฤษฏีคงต้องไปค้นคว้าเอา
เสียงทีได้ยินหลักๆ คือ เสียงพูด ,เสียงร้องปกติ และ เสียงร้องหลบ
เสียงพูดเราปล่อยธรรมชาติ (ถ้าไมไ่ด้ดัด) ไม่ต้องใช้กล้ามเนื้อ
ใดๆ เมื่อร้องเพลง กล้ามเนื้อเส้นเสียงจะต้องมีการบีบ เสียงจึงจะ
ขึ้นลง ดังเบาได้
ทำไม ผู้ชายร้องเพลงเสียงผู้หญิงได้?
ทำไมไมเคิลตั๋งทำได้หลายเสียงจัง?
ลูกคอ
เสียงสั่นที่เกิดจากการ ใช้ลม หรือ กล้ามเนื้อตรงคอ ทำให้เป็นห้วงๆบางคนจะเขย่าขาแทน อันนั้นไม่นับครับ
ลูกคอ จะมีหรือไม่มีก็ได้ นักร้องบางคนไม่มี เพลงไทยเดิมของเราก็ไม่มีลูกคอ แต่ใช้การทอดเสียง และ เอื้อนเป็นหลัก
 ลูกคอสามารถสร้างเอกลักษณ์ได้ เช่น
ลูกคอ สั่นถี่ยิบของพี่ปั่น  ลูกคอห่างๆ แบบพี่แอ๊ด คาราบาว
ลูกคอเป็นห้วงๆ ของ มนต์สิทธิ์  หรือ ต้อมเรนโบว์

หนักเบา สั้นยาว จังหวะจะโคน
   การร้องต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ด้วย
การร้องคำยาวยืด ก็จะทำให้เพลง ย้วย น่าเบื่อ
การร้องคำสั้น ทำให้คำไม่ชัด และ ฟังสะดุดๆ
น้ำหนักเสียง เน้นคำไหน เน้นเพราะอะไร เบาตรงไหน เบาทำไม
ล้วนแต่ต้องใช้ความเข้าใจใน จังหวะนั้นๆ
คือเรื่องของ Groove ที่เคยบอกไปแล้วนั่นเอง
เพลงะแต่ละ ประเภทมี Groove ที่แตกต่างกัน
ซึ่งจะกำหนดจังหวะสั้นยาว หรือการเหวียงของจังหวะต่างกัน
ทำไมเพลงรักคุณเข้าอีกแล้ว ถึงร้องยากจัง มันเป็นจังหวะอะไรหนอ?
การ ออกกำลังกาย
เป็นส่ิงที่ควรทำไม่ว่าจะเป็นนักร้องหรือไม่
ถาม ว่าคนที่ร้องเพลงดีเพราะออกกำลังหรือเปล่า เปล่าครับ
ไม่เกี่ยวกันทั้ง หมด ไม่งั้นนักว่ายน้ำคงเป็นนักร้องกันเป็นแถว
แต่จะมีผลต่อเมื่อ นักร้องที่ร้องเพลงได้อยู่แล้ว ต้องการ
ฟิตร่างการเพื่อให้เสียงมีความ แข็งแรงขึ้น ไม่เหนื่อยง่าย
แต่ถ้านักร้องคนนั้นยังใช้ ช่องเสียง ผิด การออกกำลังกายจะไม่ช่วยเลย
พื้นฐานดนตรี
   คนที่มีพื้นฐานดนตรีอยู่บ้างจะได้เปรียบตรงความเข้าใจ ทางดนตรี หรือโน๊ตต่างๆ
จะเร็วกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เขาเป็นนักร้องที่ดีอีกเช่นกัน
นักร้องหลาย คนไม่รู้โน๊ต เขาใช้จำเสียง ใช้การฝึกฝนตนเองจะรู้และเข้าใจ
ถ้าต้องการ พัฒนาการร้องให้เร็วขึ้น อย่าลืมเรียน พื้นฐานดนตรีนะครับ
การเลือกเพลง
   สำคัญมากๆ ที่จะเลือกเพลงให้เข้ากับเสียงร้องของตัวเอง
เลือกคีย์เสียงที่เหมาะสม เลือกเนื้อเพลงที่เราสามารถถ่ายทอดได้อย่างไม่ติดขัด
เลือกเพลงที่ไม่ยาก เกินไป สำหรับการเริ่มต้น
เลือกเพลงที่ยากขึ้นสำหรับการ พัฒนา
ฟัง เพลงและเรียนรู้ เพลงสากลของฝรั่งมากๆ เพราะเรารับมาจากเขา
นักร้องดีเพราะเพลงดี หรือ เพลงดีเพราะนักร้องดี?
-------------------------------
  ถ้ายังไม่พอเอามาฝากอีก เนื้อหาก็ไม่ต่างกันลองศึกษาดูเรียนรู้ได้มากเท่าไหร่ยิ่งดีไปเลย <:2:>

เว็บไซต์ที่ 4 : www.postfree108.com

# ขั้นแรก ฝึกการหายใจ #
   .............
................
................
# ขั้นตอนที่ 2 ฝึกออกเสียง #
    เมื่อหายใจถูกต้องแล้วก็มาฝึกการออกเสียงกันครับ
1. หายใจเข้า (กินลมก้อนโตๆ... อึบ) เก็บลมไว้ แล้วเปล่งเสียง “ อา………… ” จนหมดลมก้อนนั้น ฝึกจนเสี่ยงนิ่งเป็นลมเดียว
2. เมื่อฝึกจนได้แล้วก็ลองเปลี่ยนเป็นเสียงอื่น เช่น เอ....... / อือ...... / โอ...... / อู....... / ลา......
3. จากนั้นเราก็จะมาฝึกการไล่ บันไดเสียง โด เร มี ฟา ซอล ลา ที ดํ การไล่สเกลหลายคนคงเคยฝึกกันมาแล้ว และคงทราบว่าแต่ละตัวออกเสียงยังไง ให้ฝึกไล่ไปเรื่อยๆ จนสามารถจดจำว่า แต่ละตัวจะต้องออกเสียงระดับไหนและรูปปากเป็นอย่างไรโดยอัตโนมัติ จากนั้นให้เปลี่ยนจาก โด เร มี เป็นออกเสียงตัวเดียวและลมเดียว(ลมหายใจเดียว) เช่น เสียง “ อา” คือ ให้ไล่ สเกล (บันไดเสียง) โดยใช้คำว่า อา
4. ในการออกเสียงจะมีพยัญชนะ 3 ตัว ที่เสียงจะอยู่ที่โพรงจมูก หากออกเสียงถูกตำแหน่งจะทำให้เสียงที่เปล่งออกมา ก้องกังวาน พยัญชนะ 3 ตัวนั้น คือ ง น ม ให้ฝึกโดยใช้มือจับที่จมูกแล้วเปล่งเสียงพยัญชนะนั้นออกมา ถ้าหากว่าจมูกสั่นๆ นั่นแหละครับออกเสียงถูกต้องแล้วครับ หากใครยังหาตำแหน่งยังไม่เจอลองฝึกอย่างนี้ดู ให้เปล่งเสียงว่า “เงอะ” ช้าๆ นะครับ จากนั้นก็เปลี่ยนเป็น “เนอะ” และ “เมอะ”
โทนเสียง (voice project)
มี 3 ระดับ คือ
- Chest voice คือเสียงที่อยู่ระดับหน้าอก หรือที่เรียกกันว่าเสียงต่ำ เมื่อใช้เสียงระดับนี้หน้าอกจะสั่น ให้ลองเอามือจับที่หน้าอกแล้วเปล่งเสียง “เออ...” (ทำเสียงคล้ายเสียงพระเอกหล่อๆ ทุ้มๆ) ถ้าหากหน้าอกสั่นๆ แสดงว่าถูกต้องแล้ว แต่ถ้าหากยังไม่ถูกให้พูดไปเรื่อยๆ จนรู้สึกว่าใช่แล้วคือแบบนี้นี่เอง
- Middle voice คือเสียงที่อยู่บริเวณโพรงแก้มและใบหน้า หรือที่เรียกทั่วไปว่าเสียงระดับกลาง เมื่อใช้เสียงระดับนี้ให้เสียงอยู่ระดับใบหน้า เมื่อใช้เสียงระดับนี้เสียงจะกังวาน และถ้าหากอยู่บริเวณโพรงแก้มจะทำให้เกิดความไพเราะมากยิ่งขึ้น
- Head voice หรือที่เรียกกันว่าเสียง แม่มด คือเสียงสูง เสียงจะอยู่บริเวณกะโหลกศีรษะ เสียงที่เปล่งออกมาจะแหลมเหมือนเสียงแม่มด แต่เมื่อนำมาใช้ในการร้องเพลงจะเป็น “เสียงหลบ” (เสียงหลบ คือเสียงที่เปล่งออกมาไม่เต็มเสียง / ครึ่งหนึ่งของเสียง) ในการฝึก ให้พูดเหมือน แม่มด จากนั้นให้ทำเสียงแม่มดครึ่งเสียง
......................
-------------------------------
สุดท้ายที่ขอแนะนำครับ   [$6$]

เว็บไซต์ที่ 5 : www.patid.com
# เกล็ดความรู้จากผู้รู้ #
dandilian - " เสริมนิดนึงนะครับ คือเวลาร้องเพลง ควรคำนึงด้วยว่า เมื่อเสียงเริ่มแหบแล้ว
   ควรหยุดแล้วก็ทานน้ำเยอะๆ + พักผ่อนมากๆ คือเส้นเสียงเรามีอันเดียว
   พังแล้วพังเลยนะครับ รักษาได้แต่ไม่เหมือนเดิม 100 % ยังไงแล้ว
   ร้องเพลงถนอมๆเสียงด้วยนะครับ ผมเองเป็นริดสีดวงที่เส้นเสียง เพราะร้องเพลง
   แบบฝืนๆนี่แหละครับ บางทีร้องไม่ถึง ค่อยๆฝึกเดี๋ยวก็ถึงครับ อย่าใจร้อน
   ถ้าคอมีปัญหาขึ้นมาแล้ว เราไม่สามารถย้อนเวลากลับได้ มันจะช่างน่าเสียใจยิ่งนักครับ"
TheChat - " หลักง่ายๆคือถ้าทำแล้วยังไม่รู้สึกเค้น ไม่รู้สึกเจ็บ ก็พอจะเชื่อได้ว่ามันไม่ทำอันตรายอะไรครับ
   เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่ push ตัวเองไปร้องเพลงเสียงสูงมากๆ หรือพยายามตะเบ็งให้มันดังมากๆ
   ก็มักจะไม่เป็นไร ชิวๆ สบายๆ ร้องไปได้เรื่อยๆส่วนใหญ่ ถ้าพัง มักพังเพราะขึ้น high note แล้วเค้นมากไป
   ใช้เทคนิคผิดๆในการขึ้น high note ทำให้อวัยวะในช่องคอ (โดยเฉพาะเส้นเสียงซึ่งบางมากๆ) ได้รับบาดเจ็บครับ
   ดังนั้นถ้าจะฝึกแบบขยาย range ของตัวเอง แนะนำว่าควรมีครูสอนร้องเพลงที่มีวิทยฐานะเพียงพอเป็นคนแนะนำครับ "

***********************************
เว็บไซต์ที่ 1 : www.pramool.com
เว็บไซต์ที่ 2 : www.e-muzic.net
เว็บไซต์ที่ 3 : www.dreampoem.com
เว็บไซต์ที่ 4 : www.postfree108.com
เว็บไซต์ที่ 5 : www.patid.com

***********************************

 ...เอามาฝากเท่านี่แหละ "ศึกษาให้หมดเรียนรู้ให้คล่อง อย่าใช้การท่องจำ ทำความเข้าใจแตกฉานสุดที่รักตนเอง"
เท่านี้ก็ร้องเพลงได้ไม่อายใคร ไม่แน่วันข้างหน้าอาจได้เป็นศิลปินมืออาชีพก็ได้น๊าาาา ไปล่ะ ไปศึกษาเหมือนกัน !! $e$

ออฟไลน์ กระป๋อง

  • พนักงานเปิดคาราโอเกะให้ชาวบ้านร้อง
  • เซียนดนตรี
  • กระทู้: 2724
  • กำลังใจ : 3929
  • เพศ: ชาย
  • kapong
ได้เป็นนักร้องแล้วเราที่นี่ ข้อมูลเพียบเลย ขอบคุณครับ

ออฟไลน์ lin121

  • แอดมิน
  • เซียนดนตรี
  • กระทู้: 2154
  • กำลังใจ : 4043
  • เพศ: หญิง
  • จอมโจรคิด...จอมโจรอัจฉริยะ
ทางทีมงาน "มิวสิคพาร์ค" ต้องขอขอบคุณ "ครูไผ่" เป็นพิเศษนะค่ะ ที่มีข้อมูลดีดี มาฝาก นักร้องค่ายมิวสิคพาร์ค
หากสมาชิกท่านใดสนใจในการร้องเพลงที่ถูกต้องและมีคุณภาพ ลองศึกษาจากบทความที่ครูไผ่นำมาฝากได้นะค่ะ
แล้วท่านใดร้องเก่งแล้วส่งผลงานตนเองมาได้ที่ musicparks@hotmail.com หรือจะโพสลงบอร์ด  ดันดารา (Sing A Song)
ให้สมาชิกได้ลองฟังผลงานของท่านค่ะ

ขอบคุณจากใจค่ะ
ทีมงานมิวสิคพาร์ค
นครอินทร์การบัญชี
ตัวแทนจำหน่ายโปรแกรม Express พร้อมสอนวิธีใช้ และแก้ปัญหา รับทำบัญชี วางระบบบัญชี การใช้งาน Express ให้เหมาะสมกับแต่ละบริษัท
คลิ๊กดู EXPRESS รายละเอียดและราคา   สนใจซื้อโปรแกรมคลิ๊ก โปรแกรม Express จัดการด้านบัญชีที่ยุ่งยากให้อยู่หมัด

ออฟไลน์ ๛t๏myg๏๛

  • แขกรับเชิญพิเศษ
  • นักดนตรีมืออาชีพ
  • กระทู้: 1283
  • กำลังใจ : 2836
  • เพศ: ชาย
  • ** HL : 6D221869 **
ขอบคุณมากเลยนะครับที่เอาเกร็ดความรู้มานำเสนอ สุดที่รักสมาชิกทุกท่าน ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบการร้องเพลง อย่างน้อยได้ความรู้ไปฝึกของตัวเอง
แต่คงไม่ประกวดหรอกครับ  +73+ แต่แค่ทำให้เราร้องเพลงให้ดีเท่านั้นก็พอแระ ไม่หวังมาก +73+
<a href="http://www.clocklink.com/clocks/bloguru001-red.swf?TimeZone=Thailand_Bangkok&amp;Place=&amp;" target="_blank" class="new_win ext" rel="no-follow">http://www.clocklink.com/clocks/bloguru001-red.swf?TimeZone=Thailand_Bangkok&amp;Place=&amp;</a> <a href="http://www.clocklink.com/clocks/bloguru001-green.swf?TimeZone=Thailand_Bangkok&amp;Place=&amp;" target="_blank" class="new_win ext" rel="no-follow">http://www.clocklink.com/clocks/bloguru001-green.swf?TimeZone=Thailand_Bangkok&amp;Place=&amp;</a>

ออฟไลน์ แจ๊ค(อ่านง่าย)

  • M-Star
  • หางเครื่อง
  • กระทู้: 62
  • กำลังใจ : 298
  • เพศ: ชาย
  • ?????
ขอบคุณมากครับผม

มีเคล็ดไม่ลับมากบอกอย่างนี้

ต้องฝึกฝนเพิ่มอีกซะแล้ว
 +71+ +71+ +71+ +71+

ออฟไลน์ สายฝน

  • Gold stars
  • นักร้องประจำวง
  • กระทู้: 259
  • กำลังใจ : 944
ขอร่วมศึกษาวิธีการร้องเพลงด้วยคนนะคะครูไผ่ ขอบคุณค่ะ

ออฟไลน์ ไผ่

  • คณะกรรมการ
  • นักร้องประจำวง
  • กระทู้: 197
  • กำลังใจ : 860
    • wikornrat
ขอร่วมศึกษาวิธีการร้องเพลงด้วยคนนะคะครูไผ่ ขอบคุณค่ะ
อย่าเรียกครูเลยครับ เรียกพี่ก็พอแล้ว  <$:3:$>

ออฟไลน์ ♥.เบ๊น.♥

  • กิ๊กหัวหน้าวง
  • นักดนตรีมืออาชีพ
  • กระทู้: 1362
  • กำลังใจ : 4778
  • เพศ: หญิง
  • ขอให้ความรักที่เกิดขึ้นมานั้น....อยู่ตลอดกาล
ขอบคุณค่ะ แต่ช่วยมาสอนที่บ้านได้มั๊ยคะพี่ไผ่ $e$

ออฟไลน์ ไผ่

  • คณะกรรมการ
  • นักร้องประจำวง
  • กระทู้: 197
  • กำลังใจ : 860
    • wikornrat
ขอบคุณค่ะ แต่ช่วยมาสอนที่บ้านได้มั๊ยคะพี่ไผ่ $e$

บอกสถานที่มา พี่จะเคลียร์คนที่บ้านก่อน เรื่องนี้ขอสู้ตายย    <:2:>

*************
พอดีไปเจอมา แทรกตรงนี้แหละ ให้คนที่สนใจจริงๆ ถึงจะเห็น

#เทคนิคการร้องเสียงสูง#
.......................
.......................
.......................
   อย่าลืมว่า "ธรรมชาติของเรา" มันรวมเอา "ความเคยชินที่ผิดๆ ที่เราสะสมมาตั้งแต่เล็กจนโต" เอาไว้ด้วยนะครับ ...เช่น ...ถ้าคุณพูดเต็มเสียงอยู่ตลอดเวลา คุณอาจจะถูกคุณหม่อมแม่บอกว่า ​"นี่คุณลูกขา อย่าพูดดังเอะอะสิคะ เดี๋ยวดงผู้ดีจะไม่ต้อนรับนะคะ" ก็เลยต้องพูดให้เบาๆหงุงหงิงๆ เวลาร้องเพลงก็เลยไม่เคยชินที่จะต้องร้องให้เต็มเสียง ....หรือเพื่อนๆในกลุ่มคุณพากันพูดแบบนี้ "นี่ เชอ ไปเชอเชิ้นที่เซ็นเทร่อวล์เวอร์ลด์นะ แฉวๆร้านคัลลปพรึกส์อ่ะ มาเร็วๆนะ เพราะเชิ้นจะไปโรงบาลบำรวุงรวาดดดดต่อ" จนคุณออกเสียงภาษาไทยเพี้ยน ดังนั้น ถ้าคุณอยากร้องตามธรรมชาติให้ได้ประสิทธิผลสูงสุด คุณต้องกลับไปเป็นทารกครับ เสียงร้องหวีดแหลมของทารกนั่นแหละคือวิธีการร้องเพลงที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

แล้วก็อย่างที่นังดุ๊กว่าครับ ตัวเองสอนตัวเองลำบาก โดยเฉพาะสอนให้ตัวเองแก้ความเคยชินของตัวเอง ... เอาง่ายๆ ... เลิกบุหรี่ยากไหมครับ? ... ทั้งๆที่ธรรมชาติของมนุษย์เกิดมาไม่ได้เสาะแสวงหาควันไฟมาเข้าปอดด้วยซ้ำ ทำไมมันย๊ากยาก

การฝึกเทคนิคต่างๆ ในการร้องเพลง ส่วนใหญ่เป็นการสาละวนกับการแก้ความเคยชินที่ผิดๆของคนแต่ละคนครับ ส่วนไอ่การ push limit ต่างๆให้มันขยายกว้างขึ้นนั้น ส่วนใหญ่ต้องเกิดหลังจากการแก้ไขความเคยชินที่ผิดๆทั้งหลาย สำเร็จลุล่วงไปมากแล้ว

ผมไม่ได้เถียงว่าคนหลายคนร้องเพลงดีได้โดยไม่ต้องพึ่งครูสอนเทคนิคการร้อง เพลง แต่ ไม่ใช่ทุกคน คนเหล่านั้นอาจจะมีความเคยชินที่ผิดๆอยู่น้อย หรืออาจจะอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เอื้อให้เขาพัฒนาได้ดีอยู่แล้วก็เป็นได้ แต่ขอย้ำครับ ไม่ใช่ทุกคน ที่จะร้องดีได้โดยไม่ต้องอาศัยการฝึกเทคนิค

การฝึกเทคนิคการร้องเพลง คือ การสอนให้เราทำทุกอย่างให้เป็นธรรมชาติ และสอนให้เราเคยชินกับเทคนิคเหล่านั้นจนมันติดตัวไป ไม่ว่าจะใช้เมื่อไหร่ก็ไม่ต้องหยุดคิด มันทำออกมาได้เองเลย มันเหมือนการสะสมเครื่องมือไว้ใน toolbox ครับ

วันไหนคุณมีเครื่องมือเยอะแยะเต็มกล่อง คุณจะสามารถใช้ "ใจ" เลือกเครื่องมือเปล่านั้นมาสำแดงฤทธิ์เดชได้ "ดังใจ" ที่คุณอยากจะทำครับ แต่ถ้าคุณไม่ค่อยมีอะไร บางอย่างถึงใจจะคิดแต่คุณยังไม่มีเครื่องมือพอจะทำได้ ก็ยังทำออกมาได้ไม่ดีครับ
............................
............................
............................
ที่มาเว็บไซต์ : www.patid.com
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 9 มิถุนายน 2010, 10:30:06 โดย ไผ่ »

ออฟไลน์ lin121

  • แอดมิน
  • เซียนดนตรี
  • กระทู้: 2154
  • กำลังใจ : 4043
  • เพศ: หญิง
  • จอมโจรคิด...จอมโจรอัจฉริยะ
บอกสถานที่มา พี่จะเคลียร์คนที่บ้านก่อน เรื่องนี้ขอสู้ตายย    <:2:>

บ้านน้องเขาอยู่ ใต้สุดแดนสยามนะค่ะ ไปไหวหรือครูไผ่  +73+
นครอินทร์การบัญชี
ตัวแทนจำหน่ายโปรแกรม Express พร้อมสอนวิธีใช้ และแก้ปัญหา รับทำบัญชี วางระบบบัญชี การใช้งาน Express ให้เหมาะสมกับแต่ละบริษัท
คลิ๊กดู EXPRESS รายละเอียดและราคา   สนใจซื้อโปรแกรมคลิ๊ก โปรแกรม Express จัดการด้านบัญชีที่ยุ่งยากให้อยู่หมัด

ออฟไลน์ ไผ่

  • คณะกรรมการ
  • นักร้องประจำวง
  • กระทู้: 197
  • กำลังใจ : 860
    • wikornrat
บ้านน้องเขาอยู่ ใต้สุดแดนสยามนะค่ะ ไปไหวหรือครูไผ่  +73+

ไหวไหม? ไหวๆ...แต่กลัวโดนกระสุนตายก่อน สู้ตายนะสิ  <$:5:$>

ออฟไลน์ nar ♡。◕‿◕。❤

  • นักร้องประจำวง
  • กระทู้: 365
  • กำลังใจ : 895
  • เพศ: หญิง
ไหวไหม? ไหวๆ...แต่กลัวโดนกระสุนตายก่อน สู้ตายนะสิ  <$:5:$>

 $e$ $e$ +71+

ออฟไลน์ ไผ่

  • คณะกรรมการ
  • นักร้องประจำวง
  • กระทู้: 197
  • กำลังใจ : 860
    • wikornrat
ขอบคุณพี่นาครับ  <::t:>
.......................
   ขอแทรกสาระบ้างเดียวกระทู้จะไร้สาระเนาะ ก็อ่านเจอมาอีกนั่นแหละนอกเหนือจาก 5 เว็บที่แนะนำข้างต้น
เอ้าตัวอย่างจะจะนำมาบอกนี้ เป็นการถามตอบเรื่องการ
หายใจเข้าท้องป่อง (ไม่ใช่คนท้องนะ ) ออกท้องแฟ่บ
หลากหลายเหตุผลดี คงมีไม่กี่คนที่อ่านและตีความหมายให้เข้าใจได้ ลองดูตัวอย่างคร่าว ด้านล่างนี้

กระทู้ตั้ง
ถาม             - คุณครูผม บอกว่าร้องเพลงนั้นต้องใช้แรงที่ท้อง แขม่วหน้าท้อง หายใจก็หายใจลงท้อง ผมลองนั่งสมาธิแล้ว
              หายใจลึกๆ ยังไง๊ยังไงมันก็เข้าปอดพยายามหายใจเข้าท้องตามที่คุณครูบอกแถบตายก็ทำไม่ได้ จึงเกิดความคิดขัดแย้ง
              บางอย่างจึงอยากจะถามผู้รู้ว่า ร้องจากท้อง ใช้แรงที่ท้องได้จริงหรือครับ ช่วยผมด้วย ผมไม่อยากเดินผิดทาง

ผู้รู้แนะนำ
ผู้รู้ 1            - การหายใจ ในการร้องเพลงก้อเหมือนกับการหายใจปกติแหละครับ ลมมันก้อเข้าปอด ถ้าลมลงไปที่ท้องได้
              ผมว่าคุณต้องไปหาหมอแล้วแหละ เพราะปอดคุณรั่วครับ
                  แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือการใช้ลมหายใจออกหรือการควบคุมการปล่อยลมให้ออก ไปเพื่อสร้างเสียงครับ
              เรามักเรียนกันว่าหายใจเข้าท้องป่อง หายใจออกท้องยุบ แต่หลักนี้ใช้ได้กับแค่คนบางกลุ่มครับ เพราะมี
              อีกกลุ่มหนึ่งที่หายใจให้ตายอย่างไรท้องก้อไม่ป่อง นั่นเพราะคนเรามีสรีระร่างกายที่แตกต่างกันครับ
              คนที่ผอม ซี่โครงยาวและลึก (ใกล้สะดือ) จะหายใจเข้าลำบาก เพราะหน้าอกถูกล็อกด้วยกระดูกซี่โครง
              คนประเภทนี้ทำให้ตายยังงัยก้อทำให้ท้องป่องไม่ได้ครับ เพราะลมในปอดดันลงมาข้างล่างลำบาก
                  การหายใจเข้าที่ถูกต้องคือหายใจเข้าเต็มปอด แล้วจะรู้ได้ไง ปอดเราก้อเหมือนลูกโป่งครับ ถ้าลมเข้ามา
              ยางก้อยืดออก ยางก้อคือกล้ามเนื้อ ถ้ากล้ามเนื้อรอบตัวขยายออกก้อแสดงว่าลมมันไปดันตรงนั้น ทีนี้ก็
              สังเกตว่ากล้ามเนื้อมันขยายออกแค่ไหน ก้อแสดงว่าเราหายใจได้แค่นั้น แต่ส่วนใหญ่เรามักจะเน้นการขยาย
              ด้านหลัง เพราะเป็นจุดที่สังเกตได้ดีที่สุด ถ้าหายใจได้ลึกจริง กล้ามเนื้อด้านหลังจะขยายครับ
ผู้รู้ 2            - คุณผู้รู้ 1 ครับซี่โครงนี่ เท่าที่ผมจำได้มันติดกับท้องนะครับ เพราะฉนั้นถ้าซี่โครงคนเราผายออก
               มันก็เท่ากับว่าท้องคนเราป่องออกมาด้วยไม่ใช่หรือครับ ยังไงลองไปปรึกษาคุณหมอที่คุณเชื่อถือดูก็ได้นะครับ
                    การที่มีการสอนว่าหายใจเข้าท้องป่อง ออกท้องแฟ่บ นั้นเป็นเพียงแค่กุศโลบายให้ คนที่ร้องเพลงพยายาม
               จะเก็บลมไว้ที่ปอดให้มากที่สุด แต่ปอดขายก็คือซี่โคลงก็ขยาย ซี่โคลงขยายท้องก็ขยายออกตามไป
               สรุป คิดไปเถิดว่า หายใจเข้าท้องป่อง ออกท้องแฟ่บ
ผู้รู้ 1          - คนช่างสังเกตแบบผู้รู้ 2เนี่ย อาจจะยังไม่ละเอียดพอนะครับ จริงอยู่ที่ซี่โครงส่วนใหญ่จะติดกับแกนกระดูกตรงกลางอยู่
              แต่จะมีประมาณ 2-3 ซึ่ล่างสุด ที่ไม่ติดกับแกนกระดู แต่มันจะมีกล้ามเนื้อหรือพังผืดอยู่ ที่สามารถจะขยายเข้าและออกได้
             ไม่งั้นแสดงว่ากระดูกซี่โครงของคุณเนี่ยคงแบนเป็นกระดานไม่สามารถขยับเข้า ออกได้เลย ลองเอานิ้วจิ้มลงไปที่ช่องว่าง
             ระหว่างกระดูกซี่โครงสองซี่ล่างสุดสิครับ แล้วลองหายใจเข้าออก มันจะขยายเข้าและออกได้
                  ผมเจอคนมาหลายร้อยหลายพันคนแล้ว ประสบการณ์การร้องเพลงมากกว่า 13 ปี ผมรู้ว่าสรีระของคนไม่เหมือนกัน
             ผมไม่เคยสอนคนสองคนเหมือนกัน เพราะแต่ละคนต้องการวิธีการแก้ไขปัญหาที่แตกต่างกัน คุณคิดว่าคนเราจะถอดราก
             ที่สองเป็นกันตอนอายุเท่าไหร่ครับ บางคนเรียนหนังสือพร้อมกัน แต่บางคนก้อเข้าใจได้ทันทีแต่บางคนต้องหาวิธีอธิบาย
                 สรุป คนเราไม่เหมือนกัน มีคนบางกลุ่มสามารถหายใจเข้าท้องป่องได้แฟบได้ แต่อีกกลุ่มหนึ่ง ทำให้ตายก้อทำไม่ได้
            คุณเองคงเป็นประเภทที่ทำได้ เลยเหมาว่าทุกคนจะทำได้เหมือนกัน แต่ขอให้คิดใหม่นะครับ หัดเปิดหูเปิดตาบ้าง ไม่ใช่หลับหูหลับตา
           เชื่อแต่สิ่งที่ตัวเองเรียนมา มันมีวิธีการฝึกร้องเพลงเป็นร้อยๆ วิธีครับ ขึ้นอยู่กับเราจะเอาวิธีไหนมาใช้ แต่คนประเภทฉันเรียนมายังงัย
           ก้อสอนคนอื่นอย่างนั้น แบบนี้น่าสงสารคนที่ถูกสอนมากๆ ครับ
                  ของอย่างนี้ถ้าอยากพิสูจน์ก้อมาเจอกันหน่อยครับ จะได้รู้ว่าของจริงเป็นอย่างไร ส่วนเรื่องคุณหมอ คงไม่ต้องไปถามหรอกครับ
           เพราะผมเองก้อเรียนวิทยาศาสตร์มาพอสมควร รู้ว่าจะต้องใช้ร่างกายอย่างไร
                  อนึ่ง สำหรับคนที่หายใจเข้าท้องป่องไม่ได้เนี่ย ไม่ต้องเสียใจนะครับ ผมก้อมีวิธีที่จะทำให้คุณใช้ลมหายใจได้นานและมาก
          ไม่น้อยกว่าคนอื่น แต่ขอบอกว่าคนที่มีกระดูกซี่โครงค่อนข้างยาวหรือตัวยาวเนี่ย จะร้องเพลงลำบากกว่าครับ
                 สรุปว่า มีคนประเภทที่ทำยังงัยท้องก้อไม่ป่อง แต่คนเราไปยึดกับหายใจเข้าท้องป่องท้องแฟบกันหมด
          ที่อยากบอกคือหายใจให้เต็มปอดครับ แต่อย่างไรก้อตาม ถ้าเราหายใจเข้าได้เยอะ แต่ไม่รู้จักการเก็บลมหรือใช้ลมให้เกิดประโยชน์
         หรือเรียกว่า support ไม่เป็น นั่นก้อไม่มีประโยชน์อะไรที่เราจะมานั่งเถียงกันว่ามันต้องป่องหรือเปล่า
           .......................................
         .........................................
         .........................................
ผู้รู้ 3     - การหายใจ เข้า diaphragm จะหดตัวลง volume ในช่องอก จะสูงขึ้น pressure จะต่ำลง และเป็นการสร้าง negative pressure
ให้เกิดการดึงอากาศจากภายนอกที่มี pressure สูงกว่า (Patm) เข้ามาในปอด
การหายใจโดยปกติ แบบที่ไม่ต้องคิดอะไรเลย ท้องจะป่องอยู่แล้วโดยธรรมชาติ เพราะเมื่อ diaphragm เคลื่อนตัวลง abdominal pressure
จะสูงขึ้น ซึ่งถ้าไม่มีอะไรไปต้านการขยายออกของท้อง (เช่น เกร็ง abdominal muscle ไว้) ท้องย่อมจะป่องออกอยู่แล้วโดยธรรมชาติ
ไม่มีทางแฟบเข้าไปได้เลย เพราะเป็นการเพิ่ม volume เพื่อพยายามทำให้ pressure คงที่
      คนที่หายใจเข้าแล้วท้องยุบนั้น ถ้าไม่เกิดจากการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อท้องที่ตั้งใจจะทำเองแล้ว ก็อาจจะเกิดจากโรคบางอย่างที่ทำให้ tone ของ diaphragm เสียไป เกิดการหายใจเข้าท้องยุบ ที่เราเรียกว่า paradoxical breathing
และเมื่อหายใจออก โดยปกติจะเกิด recoil pressure ดันลมให้ออกมาเอง โดยกล้ามเนื้อไม่ต้องทำงานใดๆ ทั้งสิ้น ถ้านึกภาพไม่ออก
ขอให้นึกถึงสปริงที่คลายตัวออกเมื่อถูกอัดครับ
      แต่เวลาเราร้องเพลง elastic recoil ที่เกิดขึ้นย่อมไม่เพียงพอที่จะสร้าง air flow ที่เพียงพอในการ hold vibration ของ vocal cord
ได้ดี ดังนั้นจึงต้องอาศัยแรงจากกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ช่วยทำให้เกิด positive pressure เพื่อจะเพิ่ม rate ของ air flow
กล้ามเนื้อหลักๆ มีอยู่สามส่วน
1. diaphragm
2. intercostal muscle
3. abdominal muscle
      การหายใจเข้าให้สุด diaphragm ย่อมกดลงสุดอยู่แล้ว แต่ส่วนที่มีผลมากที่สุดที่ช่วยเพิ่มแรง คือ intercostal muscle ส่วนล่าง
(ตั้งแต่ rib ประมาณที่ 5 ลงไป) และส่วนของ abdominal muscle ซึ่งปกติจะทำงานประสานกันทั้งชุด ไม่มีการแยก internal oblique,
external oblique, rectus abdominis เหมือนการควบคุมกล้ามเนื้ออย่างนักเพาะกาย
การเกิด support ซึ่งหมายถึง "แรงที่ใช้ส่งลมขึ้นมาจากด้านล่าง" หมายถึงการทำงานที่เกิดขึ้นของ intercostal muscle ส่วนล่าง และ
abdominal muscle ในแบบที่ต้านกัน (antagonistic) ดังนั้นเมื่อมีการทำงาน จะทำให้เรารู้สึก "แน่น" และถ้าเราควบคุมกระบวนการตรงนี้ได้
จะทำให้การส่งลมขึ้นไปด้านบนมีประสิทธิภาพสูงสุด นี่คือที่มาของคำพูดที่ว่า ร้องเพลงโดยใช้ท้องครับ
คห.1
      "จนทำให้ไปดันกระบังลมที่อยู่ใต้ปอด" อย่าเข้าใจผิดนะครับ กะบังลม (diaphragm) เป็นตัวที่ทำงานก่อน แล้วลมจึงจะเข้าไป
เคยมีอาจารย์สอนร้องเพลงชาวไทยที่เคยมีชื่อเสียงท่านหนึ่งสอนผมว่า หายใจให้ลมดันกะบังลมลงไป ไม่ถูกนะครับ มันกลับกันครับ
คห 2
       "คนประเภทนี้ทำให้ตายยังงัยก้อทำให้ท้องป่องไม่ได้ครับ เพราะลมในปอดดันลงมาข้างล่างลำบาก " พี่ตุ้ยครับ จริงๆ อันนี้ยังไง
volume มันก็ต้องเพิ่มขึ้นครับ ไม่มีทางลดลงไปได้เลย เพียงแต่คนที่ผอม ไม่ค่อยมีหน้าท้อง เราจะไม่ค่อยเห็นการขยายตัวในรอบวง
(หรือก็คือท้องป่อง) มากเหมือนคนที่มีหน้าท้องครับ แต่ถ้าหายใจถูก ยังไงท้องจะไม่มีทางยุบเข้าไปได้ครับ
คห. 3
      "ซี่โครงนี่ เท่าที่ผมจำได้มันติดกับท้องนะครับ
เพราะฉนั้นถ้าซี่โครงคนเราผายออก มันก็เท่ากับว่าท้องคนเราป่องออกมาด้วยไม่ใช่หรือครับ "
เท่าที่คุณพูดมามีถูกแค่บางส่วนครับ เพราะซีโครงที่จะติดกับท้อง มีแค่ 2 ส่วนล่างครับ
ซี่โครงมนุษย์แบ่งเป็น 3 ส่วน
1. true rib คือส่วนที่ติดกับ sternum หรือกระดูกอกแบบ 1:1 คือซี่โครงที่ 1-7
2. false rib คือส่วนที่เชื่อมติดกันก่อนที่จะติดกับ sternum คือซี่โครงที่ 8-10
3. floar rib คือส่วนที่ไม่ยึดติดกับ sternum เลย ได้สุดที่รักซี่ที่ 11-12
ที่เราต้องการมากๆ คือส่วนของ false rib กับ float rib ครับ แต่การขยายออกจะเป็นในแนวด้านข้าง (medial-lateral) มากกว่าด้านหน้า
(anterior-posterior)
คห.8
      "ถูกสอนมา ให้ใช้แรงที่ท้อง โดยการเกร็งหรือแขม่วหน้าท้อง"
การเกร็งหน้าท้องเพื่อสร้างแรง antagonist ของกล้ามเนื้อท้อง เป็นแค่ส่วนหนึ่ง แต่ถ้าสร้างได้แล้วไม่รู้วิธีที่จะส่งขึ้นมาข้างบน ก็เปล่าประโยชน์ครับ
เหนื่อย แต่เหมือนร้องอะไรไม่ได้เพิ่มขึ้น
      ถ้าจะให้พูดเรื่องนี้อย่างยาวและละเอียด พูดได้อีกเป็นวันครับ แนะนำให้ลองไปหาหนังสือมาอ่านเองดีกว่า เช่น The Structure of Singing
ของ Richard Miller หรือ The Singers and The Voices ของ Arnold Rose ซึ่งเป็นสองเล่มแรกๆ ที่ผมอ่านครับ ยากหน่อย แต่เป็น basic ที่ teacher of singing ควรต้องรู้ เป็นมาตรฐาน อีกเล่มหนึ่งที่ชอบคือ The Vocal Arts Medicine แต่เล่มนี้จะยากมาก สำหรับหมอที่สนใจทางด้านนี้ครับ
..............
..............

อ่านต่อที่ : www.thaimisc.pukpik.com อ่านให้จบทั้ง 4 หน้าด้วยนะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 4 มิถุนายน 2010, 16:45:26 โดย ไผ่ »

ออฟไลน์ nar ♡。◕‿◕。❤

  • นักร้องประจำวง
  • กระทู้: 365
  • กำลังใจ : 895
  • เพศ: หญิง
อยากฝึกร้องมั่งจังค่ะ แต่มีคนเค้าบอกว่า"พูดได้ก็บุญแล้ว" จ้า น้องไผ่ ... <:L4:>

ออฟไลน์ tonnam

  • นักร้องประจำวง
  • กระทู้: 100
  • กำลังใจ : 72
ขอบคุณมากๆครับต้องรีบฝึกปฏิบัติ... อีกไม่นานเราคงได้เป็นนักร้องประจำวง(เหล้า)เสียที่...555 ฝันใก้ลเป็นจริง +76+